Error message

  • Deprecated function: Function create_function() is deprecated in require_once() (line 591 of /home/envweb/public_html/includes/cache.inc).
  • Deprecated function: Function create_function() is deprecated in require_once() (line 591 of /home/envweb/public_html/includes/cache.inc).

Research Cluster

Control of Residual Hormones and Antimicrobial Agents from Aquacultural and Feedstock Industry

การควบคุมการตกค้างของฮอร์โมนและสารปฏิชีวนะจากอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการปศุสัตว์
Control of Residual Hormones and Antimicrobial Agents from Aquacultural and Feedstock Industry

- ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย
- โครงการขับเคลื่อนการวิจัย (STAR: Special Task Force for Activating Research) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการปศุสัตว์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมการเกษตรหลักของไทย ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการปศุสัตว์มีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องใช้ฮอร์โมนและสารปฏิชีวนะหลายชนิด เพื่อเร่งการเจริญเติบโต แปลงเพศและป้องกันโรคในสัตว์ โดยร่างกายของสัตว์จะรับสารดังกล่าวได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ทำให้เกิดการสะสมตกค้างของสารส่วนเกินและสารส่วนที่สัตว์ขับถ่ายออกมา ในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าสารเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยระบบบำบัดมูลสัตว์ที่ใช้กันอยู่ในฟาร์ม ทำให้เกิดการตกค้างและปนเปื้อนลงสู่สิ่งแวดล้อม สารเหล่านี้ถูกเรียกว่า จุลมลสารชนิดใหม่ (emerging micropollutants) ซึ่งหมายความว่ามันจะมีการตกค้างปริมาณน้อยมาก แต่ปริมาณที่น้อยมากนี้เพียงพอที่จะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศ ยกตัวอย่างเช่น ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ตกค้างในแหล่งน้ำ สามารถรบกวนการทำงานของต่อมไร้ท่อ (Endocrine disrupter) ส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์และสัตว์ ทำให้สัตว์น้ำบริเวณใกล้จุดปล่อยน้ำเสียกลายพันธุ์
ในปัจจุบันรัฐบาลหลายประเทศได้เริ่มนำผลงานวิจัยมาใช้ในการออกกฎหมายและมาตรฐานน้ำทิ้ง เพื่อควบคุมจุลมลสารเหล่านี้ในสิ่งแวดล้อม ทั้งในแง่การควบคุมการจัดการสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตและมาตรฐานการตกค้างที่ยอมรับได้ในตัวกลางสิ่งแวดล้อมต่างๆ อาทิ ดินและน้ำ เป็นต้น หากไม่มีการพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับจุลมลสาร ทั้งในแง่ของปริมาณและชนิดของสารที่ตกค้าง รวมถึงการตรวจติดตามในธรรมชาติและเทคโนโลยีในการควบคุมจุลมลสารดังกล่าวไปพร้อมกันกับการพัฒนาในด้านอื่นๆ ในอนาคตอันใกล้ประเทศไทยจะประสบกับปัญหาสิ่งแวดล้อมจากจุลมลสารเหล่านี้     ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย ได้สนับสนุนการจัดตั้งและดำเนินงานคลัสเตอร์วิจัยนี้ ซึ่งเป็นการดำเนินงานร่วมกันกับเพื่อนนักวิชาการในสายงานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศ 

หัวหน้าโปรแกรมวิจัย    :รองศาสตราจารย์ ดร. สุธา  ขาวเธียร 

คณาจารย์ผู้ควบคุมงานวิจัย  

  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
    • รองศาสตราจารย์ ดร. สุธา ขาวเธียร     
    • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ตะวัน ลิมปิยากร        
    • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปฏิภาณ ปัญญาพลกุล        
    • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พิสุทธิ์ เพียรมนกุล                
    • อาจารย์ ดร. เบญจพร สุวรรณศิลป์
    • อาจารย์ ดร. อรอนงค์ ลาภปริสุทธิ        
  • ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย
    •  อาจารย์ ดร. ภรินดา ทยานุกูล
  • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
    • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปฏิรูป ผลจันทร์            
    • อาจารย์ ดร.สิริชัย คุณภาพดีเลิศ        
    • อาจารย์ ดร.อรรณพ วงศ์เรือง
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุมนา สิริพัฒนากุล
    • อาจารย์ ดร.ธัญลักษณ์ ราษฎร์ภักดี        
  • มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
    • อาจารย์ ดร.ไชยวัฒน์ รงค์สยามานนท์        

        
 แนวทางการพัฒนางานวิจัย

จากข้อมูลข้างต้นบ่งชี้ได้ว่าปัจจุบันกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในศาสตร์ที่ว่าด้วยการจัดการของเสียหรือสารอันตราย ซึ่งได้แผ่ขยายไปมากกว่ากลุ่มสารที่เราให้ความสนในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา ในวงการวิชาการระดับนานาชาติ ได้มีการบรรจุเรื่องของจุลมลสารให้เป็นหัวข้อเร่งด่วนที่ตัองทำการศึกษา เพื่อหาแนวทางจัดการด้วยกลไกทางนโยบาย กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ รวมถึงการหาสารทดแทน และเทคโนโลยีในการบำบัดน้ำประปา น้ำเสีย รวมถึงการฟื้นฟู แหล่งน้ำผิวดิน น้ำใต้ดิน และดินปนเปื้อน 
โดยแนวทางพัฒนางานวิจัยเป็นไปตามผลกระทบเชิงกลยุทธ์ของกรอบแนวคิดด้านการวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งครอบคลุม

  1. การพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการควบคุมจุลมลสารจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและปศุสัตว์ เพื่อลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
  2. การพัฒนาแนวทางในการจัดการจุลมลสารที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำและปศุสัตว์ เพื่อสนับสนุนการแข่งขันการผลิตสินค้าส่งออก
  3. การพัฒนาแนวทางในการวิเคราะห์ ทดสอบและวิจัยสำหรับควบคุมจุลมลสารจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและปศุสัตว์
  4. การพัฒนาองค์ความรู้และกลุ่มงานให้เป็นศูนย์กลางความรู้ทางด้านวิเคราะห์และควบคุมจุลมลสารจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและปศุสัตว์ในระดับชาติและนานาชาติ

วัตถุประสงค์

  1. ศึกษาความเป็นไป การเคลื่อนที่ และการตกค้างของจุลมลสารชนิดใหม่ในระบบสิ่งแวดล้อมแบบต่างๆ
  2. ศึกษากลไกการย่อยสลายจุลมลสารชนิดใหม่โดยกระบวนการทางชีวภาพ
  3. ศึกษากลไกการกำจัดจุลมลสารชนิดใหม่โดยกระบวนการทางกายภาพ-เคมี
  4. พัฒนาเทคโนโลยีการกำจัดจุลมลสารชนิดชนิดใหม่จากสิ่งแวดล้อม
  5. ศึกษาแนวทางการจัดการจุลมลสารชนิดใหม่อย่างยั่งยืนจากผลการศึกษาความเป็นไป  กลไกการย่อยสลายและการกำจัด  และเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการควบคุมจุลมลสารชนิดใหม่


Lebron Soldier XII 12

Lab Representative:

National Research Universities(NRU)

กลุ่มวิจัยภายใต้โครงการพัฒนามหาวิทยาลัยแห่งชาติ (National Research Universities ; NRU)

Cluster : อาหารและน้ำ

Sub-cluster : การจัดการน้ำเพื่อการเกษตร

ชื่อโครงการวิจัย      (ภาษาไทย)    แนวทางการบำบัดคุณภาพน้ำและตะกอนอินทรีย์ในระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

   (ภาษาอังกฤษ)    Polyphasic Treatment Approaches for Water and Particulate Organic Matters in Aquaculture System

Subject area :    แนวทางการจัดการน้ำและตะกอนอินทรีย์ในระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ระยะเวลาโครงการ :   3 ปี (2554 - 2556)

หัวหน้าโครงการ :      -    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วิบูลย์ลักษณ์ พึ่งรัศมี (WPR)

ผู้ร่วมโครงการ :        -    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ตะวัน ลิมปิยากร (TLP)

  • รองศาสตราจารย์ ดร. พิสุทธิ์ เพียรมนกุล (PPM) 
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปฏิภาณ ปัญญาพลกุล (PPK) 
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เบญจพร บุญชญาอนันต์ (BSS) 
  • อาจารย์ ดร. อรอนงค์ ลาภปริสุทธิ (PLS) 
  • ดร.สรวิศ เผ่าทองศุข (SPS) ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพทางทะเล ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยี ชีวภาพแห่งชาติ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ในปัจจุบันอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศไทยมีการพัฒนารูปแบบการเพาะเลี้ยงในเชิงธุรกิจมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยการเพิ่มเทคโนโลยีด้านการจัดการบ่อเพาะเลี้ยงด้วยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบความหนาแน่นสูง (Intensive Aquaculture  System ; IAS) ซึ่งเป็นวิธีที่ให้ผลผลิตสูงมีความคุ้มทุนและได้รับความนิยมมาก โดยพบสัดส่วนการเพาะเลี้ยงแบบนี้ร้อยละ 85 ของระบบเพาะเลี้ยงทั้งหมด สำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรูปแบบนี้เป็นการเพาะเลี้ยงที่มีการให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปอย่างเพียงพอ มีการควบคุมลักษณะสมบัติของน้ำและคุณภาพอาหารของสัตว์น้ำตลอดระยะเวลาการเพาะเลี้ยง นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นแบบระบบกึ่งปิดหรือระบบปิดที่มีการหมุนเวียนน้ำที่ผ่านการบำบัดให้มีคุณภาพดีแล้วกลับมาใช้ใหม่ (Closed Recirculating Aquaculture System ; CRAS) เพื่อช่วยประหยัดน้ำ ป้องกันการติดโรค และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการปล่อยน้ำทิ้งจากบ่อเลี้ยง แต่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในรูปแบบนี้มักประสบปัญหาการสะสมของสารประกอบอนินทรีย์ไนโตรเจนรูปต่างๆ ภายในระบบ ซึ่งเกิดขึ้นจากเศษอาหารที่เหลือตกค้าง ของเสียสิ่งปฏิกูลจากการขับถ่ายของสัตว์น้ำ และการย่อยสลายโปรตีนจากซากสัตว์น้ำที่ตายไป โดยเฉพาะแอมโมเนียและไนเทรตซึ่งเมื่อสะสมอยู่ในระดับความเข้มข้นสูงจะก่อให้เกิดความเป็นพิษกับสัตว์น้ำ  ดังนั้นการศึกษาเพื่อหาแนวทางต่างๆ ที่เหมาะสมในการบำบัดธาตุอาหารที่ตกค้างในน้ำเสียและตะกอนอินทรีย์ที่เกิดขึ้นในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจึงมีความสำคัญมากต่อการปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ดีขึ้นเพื่อการหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ โดยโครงการวิจัยนี้มุ่งทำการศึกษาด้วยแนวทางหลากหลายวิธีตามหลักการทางวิศวกรรมเพื่อบำบัดคุณภาพน้ำที่ออกจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและมุ่งพัฒนาแนวทางในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำภายใต้เงื่อนไขการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการบำบัดด้วยกระบวนการทางชีวภาพ กายภาพ และเคมี ซึ่งแต่ละวิธีก็ล้วนแล้วแต่มีประสิทธิภาพต่อการบำบัดคุณภาพน้ำให้ดีขึ้นก่อนนำน้ำหมุนเวียนกลับเข้าสู่บ่อเพาะเลี้ยงทั้งสิ้น

ในภาพรวมโครงงานวิจัยนี้จะประกอบไปด้วย 7 โครงงานย่อย ได้แก่

  • โครงการส่วนที่ 1  เป็นการศึกษาการบำบัดไนเทรตในระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วยถังดีไนทริฟิเคชัน (WPR/SPS)
  • โครงการส่วนที่ 2  เป็นการศึกษาเพื่อพัฒนาระบบหมุนเวียนน้ำแบบปิดขนาดเล็กสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (WPR/SPS)
  • โครงการส่วนที่ 3  เป็นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบหมุนเวียนในระบบปิดร่วมกับการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน  หรืออะควาโปนิกส์ (Aquaponics cultivation) (WPR/SPS)
  • โครงการส่วนที่ 4  เป็นการประยุกต์ใช้กระบวนการกรองเพื่อจัดการน้ำเสียและตะกอนอินทรีย์จากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (PPM/BSS)
  • โครงการส่วนที่ 5  เป็นการศึกษาแนวทางการเติมอากาศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (PPM)
  • โครงการส่วนที่  6    เป็นการพัฒนาหัวเชื้อจุลินทรีย์ไนตริฟิเคชันสำหรับการกำจัดไนโตรเจนในระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (TLP/BSS)
  • โครงการส่วนที่  7    เป็นการศึกษาแนวทางการจัดการฮอร์โมนตกค้างจากอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ(TLP/PPK/OLS)

 

วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย

  1. เพื่อศึกษาและพัฒนาแนวทางการบำบัดน้ำเสียและตะกอนอินทรีย์ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วยหลักการทางวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
  2. เพื่อสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการในเชิงประยุกต์และนวัตกรรมที่นำไปสู่การใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาชุดอุปกรณ์ที่ง่าย มีราคาถูก และไม่ซับซ้อนเพื่อเป็นทางเลือกในการนำไปใช้งานสำหรับผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
  3. เพื่อสร้างนักวิจัยระดับปริญญาโทและปริญญาเอกโดยได้งานวิจัยที่มีคุณภาพเพียงพอที่จะนำเสนอผลงานและตีพิมพ์ในระดับชาติและนานาชาติได้ 

jordan shoes for sale outlet release

Lab Representative: